วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ขนมไทย แม่เอย

สูตรการทำขนมไทยๆ

ขนมทองม้วน ขนมทองม้วน (877)
ขนมทองม้วน นำมะพร้าวไปคั้นให้ได้น้ำกะทิ จากนั้นจึงนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง เคี่ยวจนกะทิแตกมันผสมแป้งสาลีกับน้ำตาลทราย แล้วจึงนำน้ำกะทิที่ได้จากขั้นตอนที่หนึ่งมาผสม คนจนแป้งละลายดี
ขนมเปียกปูน ขนมเปียกปูน (770)
ขนมเปียกปูน นำกาบมะพร้าวไปเผาไฟพอไหม้นิดหน่อยจึงนำไปจุ่มลงในน้ำสะอาด ทิ้งไว้ให้กาบมะพร้าวแห้ง จึงนำไปโขลกให้ละเอียด และร่อนจนได้ผงละเอียด แล้วจึงนำไปผสมกับน้ำสะอาด 3/4 ถ้วยตวง
ขนมวุ้นสังขยา ขนมวุ้นสังขยา (1231)
ขนมวุ้นสังขยา ผสมหัวกะทิกับน้ำตาลและไข่ไก่ โดยใช้ใบเตยขยำให้ส่วนผสมเข้ากัน และน้ำตาลละลาย จากนั้นนำไป กรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก
ขนมบ้าบิ่น ขนมบ้าบิ่น (888)
ขนมบ้าบิ่น นำมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยไปผสมกับ แป้งมัน, แป้งข้าวเหนียว, น้ำตาลทราย ผสมให้เข้ากัน
ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวดำ (511)
ข้าวเหนียวดำ นำข้าวเหนียวดำไปล้างทำความสะอาด แล้วจึงใส่หม้อและใส่น้ำเปล่าลงไป ต้มทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที คนเป็นระยะๆ จนข้าวเหนียวสุก
ขนมถั่วแปบ ขนมถั่วแปบ (808)
ขนมถั่วแปบ เตรียมทำไส้ถั่วโดย นำถั่วเขียวเลาะเปลือกไปแช่ด้วยน้ำร้อนประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด จากนั้นนำไปนึ่งจนสุก พักทิ้งไว้ (แบ่งถั่วนึ่งออกเป็น สองส่วน ส่วนที่หนึ่งใช้ใส่ไส้ และส่วนที่สอง ใช้คลุกกับขนมที่ห่อไส้แล้ว)
ขนมสาลี่ ขนมสาลี่ (1581)
ขนมสาลี่ ตั้งหม้อนึ่งรอจนน้ำเดือด จึงนำถาด (หรือแบบพิมพ์) ที่ใส่แป้งลงไปนึ่ง ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ถ้าแป้งหนาอาจต้องใช้เวลา นึ่งนานขึ้น (20-25 นาที) เมื่อสุกดีแล้วจึงยกลง ทิ้งไว้ให้เย็นตัดเป็นชิ้นๆ จัดใส่จานเสริฟ
ขนมเบื้อง ขนมเบื้อง (1067)
ขนมเบื้อง เตรีมทำตัวแป้งโดยนำแป้งข้าวเจ้า, แป้งถั่วเขียวและแป้งสาลีไปร่อนรวมกัน แล้วจึงนำไปผสมกับน้ำปูนใส, น้ำตาลปี๊บและไข่แดง นวด(ขยำ) จนส่วนผสมเข้ากันดี แล้วจึงพักไว้
ข้าวตูมะพร้าวอ่อน ข้าวตูมะพร้าวอ่อน (758)
ข้าวตูมะพร้าวอ่อน ตั้งกระทะทองเหลือง (หรือใช้กระทะเทฟลอนแทนก็ได้) บนไฟอ่อนๆ ใส่กะทิ, น้ำตาลมะพร้าว, มะพร้าวขูดฝอย, น้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวลงไปเคี่ยวจนกระทั่งส่วนผสมข้นเหนียว
ขนมชั้น ขนมชั้น (1498)
ขนมชั้น นำดอกอัญชันล้างน้ำให้สะอาด นำไปปั่นใส่น้ำแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อเตรียมน้ำดอกอัญชัญ กรณีต้องการทำสีเขียวจากใบเตย ก็นำเอาใบเตยไปล้างให้สะอาดและนำไปปั่นใส่น้ำและกรองด้วยผ้าขาวบาง กรณีต้องการสีอื่น อาจใช้สีผสมอาหารแทน
แกงบวดเผือก แกงบวดเผือก (649)
แกงบวดเผือก
ขนมสาคูเปียกมะพร้าวอ่อน ขนมสาคูเปียกมะพร้าวอ่อน (998)
ขนมสาคูเปียกมะพร้าวอ่อน เมื่อน้ำเดือด จึงใส่สาคูลงในหม้อ คนอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เม็ดสาุคูเกาะตัวกัน ต้มจนเกือบสุก โดยเม็ดสาคูจะมีลักษณะใส จะเหลือจุดขาวๆภายในเม็ดสาคู
ครองแครงกะทิสด ครองแครงกะทิสด (958)
ครองแครงกะทิสด นำแป้งมานวดจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว และนำไปปั้นเป็นลูกกลมๆ จากนั้นจึงนำไปกดบนแบบครองแครง (ถ้าไม่มีใช้ส้อมกดแทนพอได้) เสร็จแล้วนำไปคลุกแป้งมันนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ติด และใช้ผ้าขาวบางหมาดๆ คลุมไว้ ทำครองแครงจนแป้งหมด
ขนมขี้หนู ขนมขี้หนู (1279)
ขนมขี้หนู นวดแป้งข้าวเจ้วกับน้ำดอกไม้ 1/2 ถ้วยตวง อย่าให้แชะเกินไป จากนั้นห่อด้วยผ้าขาวบางและนำไปใส่ถุงผ้า มัดปากถุงให้แน่น หาของหนักๆทับเพื่อให้แห้งน้ำ
ขนมสำปันนี ขนมสำปันนี (1116)
ขนมสำปันนี นำน้ำลอยดอกมะลิไปผสมกับมะพร้าวขูด คั้นเป็นน้ำกะทิออกมา จากนั้นใสน้ำตาลทรายลงไป แล้วนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ เคี่ยวจนงวดเป็นยางมะตูม ปิดไฟและทิ้งไว้ให้เย็น
ขนมโตเกียว ขนมโตเกียว (1846)
ขนมโตเกียว ทำตัวแป้งโดยผสมน้ำเปล่ากับโซดาไบคาร์บอเนต จากนั้นจึงใส่ไข่ไก่และน้ำตาลทรายลงไป ตีพอให้น้ำตาลละลาย (ไม่ต้องตีจนฟู) จากนั้นจึงใส่แป้งสาลีลงไป คนจนแป้งละลายดีและส่วนผสมเข้ากัน เสร็จแล้วพักทิ้งไว้
ขนมกลีบลำดวน ขนมกลีบลำดวน (1534)
ขนมกลีบลำดวน นำแป้งไปอบที่อุณหภูมิประมาณ 300 องศาฟาเรนไฮต์ประมาณ 10 - 15 นาทีหรือจนสุก จะได้ขนมที่มีลักษณะผิวนวล กรอบ นำไปอบควันเทียนให้หอม ก็พร้อมรับประทานได้ทันที
มันสำปะหลังเชื่อม มันสำปะหลังเชื่อม (837)
มันสำปะหลังเชื่อม ต้มจนมันสำปะหลังเกือบสุก ใส่น้ำตาลทรายและน้ำมะนาวลงไป กลับข้างไปมาอย่างระมัดระวัง เชื่อมจนมันสุกทั่ว (ผิวจะฉ่ำน้ำตาล และใส เป็นเงา) จึงปิดไฟ
ขนมถ้วย ขนมถ้วย (2357)
ขนมถ้วย เตรียมทำหน้าขนมโดยนำหัวกะทิผสมกับแป้งข้าวเจ้าและเกลือ คนจนละลายดีจึงนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง และทิ้งไว้
ขนมวุ้นมะพร้าวอ่อน ขนมวุ้นมะพร้าวอ่อน (1978)
ขนมวุ้นมะพร้าวอ่อน ตั้งกระทะทองเหลือง (หรือใช้กระทะเทฟลอนแทนก็ได้) บนไฟร้อนปานกลาง ใส่น้ำเปล่าและวุ้นผง ลงไป รอจนเดือดใส่น้ำตาลทรายลงไป
ลูกชุบ ลูกชุบ (2764)
ลูกชุบ จากนั้นจึงเทส่วนผสมลงในกระทะทองเหลือง (หรือกระทะเคลือบเทฟลอนก็ได้)และตั้งบนไฟอ่อนๆ ค่อยๆกวนจนข้นและเหนียว
ขนมปุยฝ้าย ขนมปุยฝ้าย (3311)
ขนมปุยฝ้าย เอสพี เป็นส่วนผสมที่ผลิตเพื่อใช้ในขนม ที่เราต้องการฟองมาก ๆ เช่น สปันจ์เค้ก แยมโรล และ ขนมปุยฝ้าย ส่วนผสมของเอสพี มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ช่วยทำให้เกิดฟองได้ดี และช่วยให้ฟองอยู่ตัว นอกจากนั้นยังช่วยให้ปริมาตร ขนมใหญ่ขึ้นและช่วยให้ขนม นุ่ม และสด นานขึ้น
ขนมผิง ขนมผิง (1860)
ขนมผิง จากนั้นจึงใส่แป้งลงไปในกะทิ ใส่ทีละน้อย ใส่แล้วคนต่อเนื่องจนแป้งนุ่ม จึงนำมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ หรือปั้นเป็นรูปทรงตามใจชอบ
ขนมอาลัว ขนมอาลัว (1944)
ขนมอาลัว นำน้ำกะทิผสมกับแป้งและน้ำตาล คนจนละลายเข้ากันดี จึงนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง เสร็จแล้วนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง ใส่สีผสมอาหารลงไป และกวนเรื่อยจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี (แป้งจะมีลักษณะเหนียวใสๆ ถ้านำไปหยอดในน้ำ แล้วแป้งยังคงรูปอยู่ก็เป็นอันใช้ได้)
ขนมมะพร้าวแก้ว ขนมมะพร้าวแก้ว (1190)
ขนมมะพร้าวแก้ว ผสมน้ำเปล่าและน้ำตาลทรายลงในกระทะทองเหลือง นำไปตั้งบนไฟอ่อนจนละลาย ใส่เกลือลงไป เคี่ยวต่อจนเหนียวเป็นยางมะตูม แล้วจึงเติมสีผสมอาหารลงไป (ถ้าต้องการหลายสี ให้แบ่งน้ำเชื่อมออกมาเป็นส่วนๆ ตามจำนวนสีที่ต้องการ)
ขนมเทียน ขนมเทียน (1762)
ขนมเทียน เริ่มจากทำตัวแป้งก่อนโดย นำน้ำตาลโตนดไปเคี่ยวจนเหนียวแล้วจึงนำไปนวดกับแป้งข้าวเหนียวจนเข้ากันดี
เปาะเปี๊ยะสด เปาะเปี๊ยะสด (2647)
เปาะเปี๊ยะสด เป็นอาหารที่เรียกได้ว่าเป็นอาหารว่างที่ถูกปากและถูกใจคนไทยเป็นอย่างมาก และเปาะเปี๊ยะนั้นก็มีหลายแบบหลายชนิดเช่น เปาะเปี๊ยะสด เปาะเปี๊ยะแห้ง แตกต่างกันไปตามแต่คนจะชอบ แต่อาหารประเภทนี้นั้นนอกจากจะสามารถรับประทานเป็นอาหารว่างได้แล้วผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือลดความอ้วน
ขนมตะโก้ ขนมตะโก้ (2862)
ขนมตะโก้ เตรียมทำตัวตะโก้ โดยผสมแป้งถั่วเขียว, น้ำตาลทราย, น้ำใบเตยและ น้ำกลิ่นมะลิ เข้าด้วยกันในหม้อ และนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง กวนจนสุก
ขนมเต้าส่วน ขนมเต้าส่วน (1957)
ขนมเต้าส่วน นำถั่วเขียวเลาะเปลือก ล้างทำความสะอาด จากนั้นจึงนำไปแช่ในน้ำร้อนประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำไปใส่ผ้าขาวบางและนำไปนึ่งจนสุก
ขนมรังผึ้ง ขนมรังผึ้ง (3690)
ขนมรังผึ้ง นำแป้งไปผสมกับ น้ำตาลทราย, เกลือ และถั่วต้มบด คนจนส่วนผสมเข้ากันดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น